กรุณารอสักครู่

chomchob-logo
ไทย
EN
ไทย
EN
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำหรับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับ นี้ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "นโยบาย" บังคับใช้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565 โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้


1. วัตถุประสงค์ของนโยบาย

บริษัท ชมชอบกรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล กำหนดนโยบายฉบับนี้เพื่อการบริหารจัดการ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบ ถึงรายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเป็นการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล ให้สอดคล้องกับ "พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562” (Personal Data Protection Act หรือ PDPA) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

2. คำนิยาม

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ กำหนดนิยามคำสำคัญต่าง ๆ ได้แก่

(ก) "เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน"

หมายความว่า เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ชื่อว่า www.chomchob.com และ ChomCHOB application และมีที่อยู่เว็บไซต์ที่ https://www.chomchob.com

(ข) "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" (Data controller)

หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเก็บรวบรวม ใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตาม นโยบายนี้คือ ผู้ให้บริการหรือเจ้าของ “เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน” อันได้แก่


บริษัท ชมชอบกรุ๊ป จำกัด
ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105558180161
98 อาคารสาทรสแควร์ ชั้นที่ 16 ยูนิต 1605-1606. ถนนสาทรเหนือ
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500.
โดยในที่นี้อาจเรียกว่า “บริษัท” หรือ “ผู้ควบคุมข้อมูล”


(ค) "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" (Data processor)

หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วน บุคคล

(ง) “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม” (Joint Data controller)

หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีการแลกเปลี่ยน รับ โอน เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ระหว่างกัน โดยบุคคลหรือนิติบุคคลแต่ละรายต่างมีอำนาจตัดสินใจเก็บรวบรวมใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใน ส่วน หรือขอบเขตการให้บริการหรือข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างบุคคลหรือนิติบุคคลนั้นกับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งในนโยบายนี้อาจเรียกว่า “พันธมิตร” (partner)

(จ) "ข้อมูล"

หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูล หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าการสื่อความหมายนั้น จะ ทำได้โดยสภาพของสิ่งนั้นเองหรือโดยผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะได้จัดทำไว้ในรูปของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนังสือ แผนผัง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่าย ฟิล์ม การบันทึกภาพหรือเสียง การบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีอื่นใดที่ทำให้สิ่งที่บันทึกไว้ปรากฏได้

(ฉ) "ข้อมูลส่วนบุคคล"

หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดา ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวของบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทาง อ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลผู้ถึงแก่กรรม ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลในนโยบายนี้ ครอบคลุมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ ใช้งาน ที่อยู่ในความครอบครองหรือความควบคุมของบริษัท ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะบันทึกอยู่ในรูปแบบหรือช่องทาง หรือเทคโนโลยีใด

(ช) "ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data)"

หมายความว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อ ในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ พันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ม่านตา หรือลายนิ้วมือ ข้อมูลสหภาพแรงงานหรือข้อมูลอื่นใดซึ่ง กำหนดขึ้นตามความ ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ซ) "ผู้ใช้งาน"

หมายความว่า ผู้เป็นสมาชิกหรือผู้ใช้บริการของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ตาม “ข้อตกลงและเงื่อนไขบริการ” ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ โดยอาจเรียกว่า “ท่าน”

(ฌ) "เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล"

หมายความว่า เจ้าหน้าที่ที่ผู้ควบคุมข้อมูลจัดให้มีเพื่อปฎิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วน บุคคล

3. ขอบเขตของนโยบาย

นโยบายฉบับนี้มีขอบเขตเฉพาะการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อตกลงและ เงื่อนไขบริการ และตามรายละเอียดที่แจ้งในนโยบายนี้ ในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ของบริษัทมีความเกี่ยวข้อง หรือเชื่อมโยงกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วมหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานในส่วนที่อยู่ภายใต้การตัดสินใจของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ร่วม หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น จะเป็นไปตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ควบคุมของมูล ส่วนบุคคลร่วม หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นนั้น

ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย โดย ดำเนินการอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ดังที่ระบุในข้อ 5 ตามนโยบายฉบับนี้

4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

(1) บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้งานหรือท่านเองโดยตรง จากแหล่งที่มาดังนี้

  • แพลตฟอร์มต่างๆ ของบริษัท โดยบริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเมื่อท่านลงทะเบียน หรือสมัครใช้ “เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน” ตาม “ข้อตกลงการและเงื่อนไขบริการ”

  • การสื่อสารหรือสนทนาช่องทางต่าง ๆ ระหว่างท่านและบริษัท เช่น การสนทนาผ่าน Chat center ที่ บริษัทจัดให้มีขึ้น หรือการสนทนาทางโปรแกรมหรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ระหว่างท่านและบริษัท

(2) บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลที่สาม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลร่วม ที่เป็นพันธมิตรของบริษัท หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ตัวอย่างเช่น ผู้จำหน่ายสินค้าหรือผู้ ให้บริการอื่นของท่านส่งข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ของท่านมาให้กับบริษัท เพื่อสมัครสมาชิกใช้งานเว็บไซต์และ แอปพลิเคชันของบริษัท หรือกรณีผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วมสร้างข้อมูลที่เชื่อมโยง หรืออาจระบุตัวท่านและ ส่งให้บริษัทเพื่อดำเนินการสมัครสมาชิกกับบริษัท

5. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

บริษัททำการเก็บรวบรวมใช้ เปิดเผยข้อมูลผู้ใช้งาน เพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้


5.1 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการขั้นตอนการตกลงเข้าใช้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ตาม “ข้อตกลง และเงื่อนไขบริการ” เช่น การตรวจสอบยืนยันตัวตน การบันทึกหรือเก็บรวบรวมข้อมูลเข้าสู่ระบบการให้บริการ เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน


5.2 เพื่อประโยชน์ในการปฎิบัติตามข้อตกลงและเงื่อนไขบริการของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่ จำกัดเฉพาะ การแปลงคะแนน ChomCHOB Point จากคะแนนสะสมจากบัตร หรือจากการโอนเงิน การแลก คะแนน การแลกรางวัล การได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากการใช้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน การอัปเดท เว็บไซต์และแอปพลิเคชันโดยอัตโนมัติ อันเป็นการดำเนินการตามปกติของการให้บริการ การเก็บรวบรวม ข้อมูลเฉพาะของอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน เพื่อนำมาปรับแต่งการให้บริการและวิเคราะห์ปัญหาที่เหมาะสมกับ อุปกรณ์ของผู้ใช้งาน รวมถึงการให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการใช้งาน การแก้ปัญหาทางเทคนิคและปัญหาการใช้ งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน


5.3 เพื่อให้บริษัทสามารถปฎิบัติหน้าที่ต่างๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ กฎหมาย เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากร กฎหมายว่าด้วยการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กฎหมายเกี่ยวกับการ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ฯลฯ รวมทั้งเพื่อการรายงาน การแจ้ง ข้อมูลต่อหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่กฎหมายกำหนดหน้าที่ให้บริษัทกระทำการดัง กล่าว รวมทั้งเพื่อปฎิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของพนักงานเจ้าหน้าที่ คำสั่งศาล


5.4 เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ กรณีต่อไปนี้

  • การประมวผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยตลอดจนเพื่อการ บำรุงรักษา โปรแกรม ซอฟต์แวร์ ระบบ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นของบริษัท เช่น การเก็บรวบรวม ข้อมูลการใช้งานหรือการใช้บริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัทที่เชื่อมโยงกับ ข้อมูลอุปกรณ์ของท่าน เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

  • การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อการบริหารจัดการและการปฎิบัติงานของบริษัท

  • การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทนของผู้ใช้งานที่ผู้ใช้งานส่งหรือโอนมาให้ บริษัท เพื่อประมวลผลตามวัตถุประสงค์ในการสมัครใช้งานหรือปฎิบัติตามข้อตกลงการใช้งานระหว่าง บริษัทและลูกค้า

  • การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเพื่อการตรวจสอบภายใน การตรวจสอบทางการเงิน การ บัญชี การตรวจสอบการปฎิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย การประเมินมาตรฐานการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ของบริษัท การตรวจสอบและป้องกันการฉ้อโกง การทุจริต หรือการกระทำผิดกฎหมาย หรือเพื่อใช้ เตรียมการใน การดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายอื่นของบริษัท

5.5 เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่เกี่ยวกับการตลาด การวิเคราะห์วิจัยข้อมูลเชิงพฤติกรรม เพื่อการตลาดและ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ การนำเสนอหรือแสดงโฆษณาสินค้าหรือบริการที่ท่านอาจสนใจ การวิเคราะห์ข้อมูล ของท่านเพื่อนำเสนอเนื้อหาที่ได้รับการปรับแต่ง (Customize) ให้เหมาะสมกับการใช้งานของท่านโดยเฉพาะ เช่น แสดงผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับท่าน การนำเสนอหรือแสดงข้อมูลสินค้าหรือบริการตามความสนใจของ ท่าน การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ ในทางการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์บริการต่าง ๆ ของบริษัท การวิเคราะห์หรือประเมินข้อมูลเพื่อ การตัดสินใจลงทุนใน กิจการของบริษัทของนักลงทุน


5.6 เพื่อปรับปรุงพัฒนาการให้บริการของบริษัทต่อผู้ใช้งาน เช่น การวิจัยเพื่อพัฒนาหรือปรับปรุงโปรแกรม หรือซอฟต์แวร์ หรือระบบของบริษัท หรือการวิจัยพัฒนาโปรแกรมหรือระบบที่บริษัทร่วมกับผู้ให้บริการหรือผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น การทำแบบสอบถามเพื่อสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้งาน และการวิเคราะห์ข้อมูล ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน


5.7 เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากข้อ 5.1-5.6 โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบเป็นกรณีไป ทั้งนี้ บริษัทจะ ไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน แตกต่างจากที่ระบุในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูล เว้นแต่

  1. ได้แจ้งวัตถุประสงค์ใหม่ให้เจ้าของข้อมูลทราบ และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

  2. เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทจะดำเนินการตามเงื่อนไขหรือเหตุทางกฎหมายที่กำหนดไว้ ดังที่ระบุในข้อ 6

6. เหตุทางกฎหมาย ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลด้วยวิธีการตามที่ กฎหมายกำหนด เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขหรือเหตุผลอื่นที่ให้ทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การปฎิบัติตามสัญญา ปฎิบัติตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วย กฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูล เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูลท่านอื่น เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวน ของพนักงานสอบสวน หรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล เป็นต้น


6.2 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ ข้อ 5.1 5.2 บริษัทสามารถทำได้โดยไม่ ต้องอาศัยความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนดและภายใต้ขอบเขตข้อตกลงการใช้บริการเว็บไซต์ และแอปพลิ เคชั่นระหว่างท่านและบริษัท


6.3 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ ข้อ 5.3 และ 5.4 บริษัทสามารถทำได้โดยไม่ต้องอาศัย ความยินยอม ตามที่กฎหมายกำหนด


6.4 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ ข้อ 5.5-5.7 บริษัทได้ดำเนินการขอความยินยอมจาก ท่านตามเอกสารการแจ้งขอความยินยอมแนบท้ายนโยบายนี้ สำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อ วัตถุประสงค์ข้อ 5.8 บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเป็นรายกรณีไป


6.5 ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอม ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมของ ท่านที่ให้ไว้ กับบริษัทได้ไม่ว่าในเวลาใด ซึ่งการถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไปแล้ว หากท่านถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้ กับบริษัท อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้ต่อไป ทั้งนี้ในการขอถอนความยินยอมท่านสามารถ แจ้งต่อบริษัททาง

LINE: @chomchobth
Facebook: ChomCHOB

7. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทประมวลผล และระยะเวลาที่จัดเก็บหรือเก็บรักษา

7.1 บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของการ ประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้มีระยะเวลาการเก็บรักษาที่นานขึ้น ในกรณีที่ไม่ สามารถระบุระยะเวลา การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจ คาดหมายได้ ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม


7.2 บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ข้อ 5.1 และ 5.2 โดยข้อมูลที่เก็บประกอบ ด้วย ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ พื้นที่อยู่อาศัย เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ข้อมูลหมายเลขเฉพาะของแอพ พลิเคชั่น (Unique Application Number) ข้อมูลเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่/อุปกรณ์ดิจิตอล เช่น รุ่นฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการและรุ่นของระบบปฏิบัติการข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่สามารถเชื่อมโยงระบุ ตัวท่าน ข้อมูลทางเทคนิคที่สร้างขึ้นและสามารถเชื่อมโยงระบุตัวท่านเพื่อการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการใช้ งานเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น (Account) สำหรับการตรวจสอบ Token และ/หรือ UDID ของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อส่งข้อความแจ้งเตือนหรือรายงกานธุรกรรมหรือการดำเนิน การระหว่างบริษัทกับท่าน ตามข้อตกลงการใช้บริการ เช่น การแจ้งข้อมูลการสั่งซื้อ แลกคะแนน ข้อมูลพื้นที่การ จัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่อง (Storage) รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในอุปกรณ์ของท่าน โดยใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเว็บบราวเซอร์ และแคชของข้อมูลแอพพลิเคชั่นเพื่ออนุญาตให้แอปพลิเคชั่นสามารถอ่าน แสดงข้อมูลของผู้ใช้ตามการเข้าใช้งาน บนแอพพลิเคชั่น เพื่อนำข้อมูลไปใช้เกี่ยวกับการปฎิบัติตามข้อตกลง การใช้งาน เช่น สร้างออเดอร์และชําระเงิน ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวตลอดระยะ เวลาที่ท่านมีความผูกพันตามข้อตกลงการใช้งานเว็บไซต์ และแอปพลิเคชั่น ตลอดจนเก็บไว้หลังจากสิ้นสุดข้อ ตกลงดังกล่าวตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี อันเกี่ยวข้องกับ สัญญาดังกล่าว


7.3 บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ข้อ 5.4 โดยข้อมูลที่เก็บประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ พื้นที่อยู่อาศัย เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และ แอปพลิเคชัน ที่สามารถเชื่อมโยงระบุตัวท่าน ข้อมูลทางเทคนิคที่สร้างขึ้นและสามารถเชื่อมโยงระบุตัวท่าน เพื่อ การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ข้อมูลการใช้งานหรือการใช้บริการที่เชื่อม โยง กับข้อมูลอุปกรณ์ของท่านซึ่งบริษัทเก็บรวบรวมโดยการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน และจะเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูล ตามระยะเวลาที่จำเป็นอันสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว รวมทั้งเก็บไว้ตาม ระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว


7.4 บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ข้อ 5.5-5.7 โดยข้อมูลที่เก็บประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ พื้นที่อยู่อาศัย เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ที่สามารถเชื่อมโยงระบุตัวท่าน ข้อมูลทางเทคนิคที่สร้างขึ้นและสามารถเชื่อมโยงระบุตัวท่านเพื่อ การดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น ข้อมูลการใช้งานหรือการใช้บริการที่เชื่อม โยงกับข้อมูลอุปกรณ์ของท่าน ซึ่งบริษัทเก็บรวบรวมโดยการใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ งานแอพพลิเคชั่น (Account) สำหรับการตรวจสอบ Token และ/หรือ UDID ของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อทำข้อความแจ้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ ข้อมูลพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่อง (Storage) รวมถึงข้อมูล ส่วนบุคคลที่อยู่ในอุปกรณ์ของท่าน โดยใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น พื้นที่จัดเก็บข้อมูลเว็บบราวเซอร์ และแคชของ ข้อมูลแอพพลิเคชั่น เพื่ออนุญาตให้แอปพลิเคชั่นสามารถอ่าน แสดงข้อมูลของผู้ใช้ตามการเข้าใช้งานบนแอพ พลิเคชั่นเพื่อนำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์ประเมินความต้องการของผู้ใช้งาน การพัฒนาและออกแบบบริการ ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวมใช้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวจนกว่าท่านจะแจ้งขอยกเลิกความยินยอม และบริษัทดำเนินการ ตามคำขอของท่านเสร็จสิ้นแล้วแต่บริษัทจะยังเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นสำหรับบันทึก เป็น ประวัติว่าท่านเคยยกเลิกความยินยอม เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อคำขอของท่านในอนาคตได้ นอกจากนี้บริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวไว้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อการใช้สิทธิเรียกร้อง การดำเนินคดี ที่เกี่ยวข้อง


7.5 บริษัทจะไม่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data) เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยว กับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา อาชญากรรม ข้อมูล สุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกฎหมายกำหนด เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูล หรือเป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติ

8. การเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลหรือนิติบุคคลอื่น

8.1 บริษัทเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือผู้ให้บริการบุคคลที่สามหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5.1 และ 5.2 ของนโยบายฉบับนี้ โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด เฉพาะ การเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานให้กับผู้ให้บริการทางด้านเทคโลยีหรือระบบ สารสนเทศ เช่น ผู้ให้บริการเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์ ฯลฯ เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนิน การให้บริการ ตามข้อตกลงที่มีอยู่กับท่าน


8.2 บริษัทเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5.3 ของนโยบายฉบับนี้ โดยไม่ต้องอาศัยความ ยินยอมจากท่านในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ปฎิบัติตามที่กฎหมายกำหนด


8.3 บริษัทเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือผู้ให้บริการบุคคลที่สามหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5.4 ของ นโยบายฉบับนี้ โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอมจากท่านตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานให้กับ ผู้ตรวจสอบที่เข้ามาตรวจสอบด้านการเงิน ด้าน กฎหมาย ด้านการประเมินมาตรฐานต่าง ๆ ของบริษัท


8.4 บริษัทเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือผู้ให้บริการบุคคลที่สามหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5.5 ของ นโยบายฉบับนี้ โดยความยินยอมจากท่านตามเอกสารการแจ้งขอความยินยอมแนบท้ายนโยบายนี้

8.5 บริษัทเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ต่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น หรือผู้ให้บริการบุคคลที่สามหรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลร่วม เพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5.6 ของ นโยบายฉบับนี้ โดยความยินยอมจากท่านตามเอกสารการแจ้งขอความยินยอมแนบท้ายนโยบายนี้


8.6 บริษัทเปิดเผย ส่ง โอน ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อวัตถุประสงค์ข้อ 5.7 บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่านเป็นกรณีไป


8.7 บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปยังบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นในต่างประเทศ ตาม วัตถุประสงค์ข้อ 4 ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ในกรณีที่จำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างบริษัทกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่านหรือ เพื่อใช้ใน การดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา หรือ เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

9. การรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

9.1 บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน เพื่อ ป้องกันการสูญหายเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจ หรือโดย มิชอบและจะดำเนินการทบทวนมาตรการดังกล่าว เมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะ กรรมการ ประกาศกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562


9.2 บริษัท จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานของประกาศ กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมนั่คงปลอดภัยของข้อมลูส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 โดยจัดให้มีมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการ ป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) มาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) โดย อย่างน้อยบริษัทดำเนินการดังนี้

  • บริษัทจัดทำระบบ One-Time Password (OTP) เพื่อใช้ยืนยันผู้ใช้งานแอพพลิเคชั่น เมื่อเข้าใช้งานโดยเชื่อมต่อ
ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่

  • บริษัทตรวจสอบการเก็บรวบรวมข้อมูล พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลและหลักปฏิบัติในการประมวลผล รวมถึงมาตรการความปลอดภัยทางกายภาพ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • บริษัทจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลไว้เฉพาะกับพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัท
ที่มีความจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ (Need to Know Basis) เพื่อทำการประมวลผลข้อมูล 
โดยที่บุคคลดังกล่าวนั้น จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตามสัญญา
อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษขั้นรุนแรง

ทั้งนี้ รายละเอียดของมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดใน นโยบาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

10. การแก้ไขปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อปฎิบัติให้สอดคล้องกับหลักการของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจัดให้มีระบบและมาตรการ การตรวจสอบ ดังต่อไปนี้


(ก) ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ข) ลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกินระยะเวลาเก็บรวบรวมและประมวลผลตามข้อ 7 ของนโยบายนี้

(ค) ลบ ทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ในข้อ 5 ของนโยบายนี้

11. การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบุคคล ซึ่งอยู่ในความปกครอง อนุบาล หรือพิพักษ์ของผู้ใช้งาน

ผู้ใช้งานรับรองว่าจะไม่ใช่ผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ และจะไม่ยินยอมให้บุคคลดัง กล่าว ซึ่งอยู่ในอำนาจของตนตามกฎหมาย ทำการสมัครใช้งานหรือเป็นสมาชิกของเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน

ในกรณีที่ผู้ใช้งานยินยอมให้บุคคลดังกล่าวข้างต้นเยี่ยมชม ใช้งาน หรือเป็นสมาชิกของเว็บไซต์และ แอปพลิเคชัน ผู้ใช้งานตกลงให้ถือว่าผู้ใช้งานได้ใช้อำนาจปกครอง อนุบาล หรือพิพักษ์ของบุคคลดังกล่าว แล้ว แต่กรณี ในการรับทราบนโยบายนี้และให้ความยินยอมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ของบุคคลดังกล่าว ที่เกี่ยวเนื่องกับนโยบายฉบับนี้ในนามของบุคคลดังกล่าวด้วย

12. สิทธิของผู้ใช้งาน

ในการเข้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันตามข้อตกลงการใช้งาน และตามนโยบายฉบับนี้ ผู้ใช้งานได้รับ ทราบถึงสิทธิของตน ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทแจ้งให้ ทราบดังนี้


(ก) ผู้ใช้งานอาจถอนความยินยอมที่ให้ไว้ตามนโยบายฉบับนี้ตามที่กำหนดรายละเอียดในข้อ 6.5

(ข) ผู้ใช้งานมีสิทธิการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนที่ผู้ควบคุมข้อมูล ได้เก็บรวบรวมเอาไว้ตามนโยบายฉบับนี้


(ค) ผู้ใช้งานมีสิทธิได้รับการเปิดเผยจากผู้ควบคุมข้อมูลถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้อง กับตน ซึ่งตนไม่ได้ให้ความยินยอม หากว่ามีกรณีเช่นว่า


(ง) ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลรายอื่น รวมถึงการขอรับข้อมูลที่ได้ส่งหรือโอนดังกล่าวโดยตรงจากผู้ควบคุมข้อมูลที่ส่งหรือโอนข้อมูลนั้นด้วย


(จ) ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนหรือที่เกี่ยวข้องกับตนไปยังผู้ควบคุม ข้อมูลรายอื่น รวมถึงการขอรับข้อมูลที่ได้ส่งหรือโอนดังกล่าวโดยตรงจากผู้ควบคุมข้อมูลที่ส่งหรือโอนข้อมูลนั้นด้วย

  1. ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานด้วยความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบ
ด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลหรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ใช้งานอาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ควบคุมข้อมูล

  2. ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเพื่อเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย
ของผู้ควบคุมข้อมูลซึ่งผู้ใช้งานอาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ควบคุมข้อมูล

  3. ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

  4. ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัย
ทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ โดยที่การศึกษาวิจัยนั้นไม่มีความจำเป็นในการดำเนินการ
เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะ

(ฉ) ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็น เจ้าของข้อมูลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

  2. เมื่อผู้ใช้งานซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นและผู้ควบคุมข้อมูลนั้นไม่มีอำนาจอื่นตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้อีกต่อไป

  3. เมื่อผู้ใช้งานได้คัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นโดยชอบด้วยกฎหมาย

  4. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(ช) ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยยังคงเก็บรักษาเอาไว้ได้อยู่ ในกรณีดัง ต่อไปนี้

  1. ผู้ควบคุมข้อมูลอยู่ในระหว่างการถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมาย คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลซึ่งผู้ใช้งานได้ร้องเรียนให้มีการตรวจสอบดังกล่าว

  2. ข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อ บังคับเกี่ยวกับ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  3. ในกรณีที่ผู้ใช้งานมีความจำเป็นต้องการให้ผู้ควบคุมข้อมูลเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอา ไว้ เพื่อประโยชน์ในสิทธิเรียกร้องของผู้ใช้งานเอง อันได้แก่ การก่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของผู้ใช้ งาน การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตาม กฎหมาย ผู้ใช้งานอาจให้ผู้ควบคุมข้อมูลเพียงระงับการใช้ข้อมูลแทนการดำเนินการลบ ทำลาย หรือ ทำให้ข้อมูลไม่สามารถ ระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลได้

  4. ผู้ควบคุมข้อมูลอยู่ในระหว่างการพิสูจน์หรือตรวจสอบเพื่อปฏิเสธการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ใช้งานได้คัดค้าน โดยชอบด้วยกฎหมายนั้น

(ซ) เมื่อผู้ใช้งานพบเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานผิด ล้าหลัง ไม่ชัดเชน ผู้ใช้งานมีสิทธิให้ผู้ควบคุม ข้อมูลดำเนินการ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้

(ฌ) ผู้ใช้งานอาจร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่เกี่ยว กับการกระทำการฝ่าฝืนหรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูล ส่วน บุคคลของผู้ควบคุมข้อมูล

13. การแจ้งเตือนเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าจะเกิดจากการกระ ทำของบุคคลใด ผู้ควบคุมข้อมูลจะดำเนินการดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีมีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้งเหตุการ ละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ชักช้าเท่าที่จะ สามารถกระทำได้ ภายใน 72 (เจ็ดสิบสอง) ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ

(ข) ในกรณีมีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบอย่างสูงต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลใด ๆ ผู้ควบคุมข้อมูลจะแจ้ง เหตุการละเมิด ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวและแนวทางการเยียวยาต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลและต่อผู้ใช้งาน เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น โดยไม่ชักช้าเท่าที่จะสามารถกระทำได้ภายใน 72 (เจ็ดสิบสอง) ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ

14. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัทในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลอาจแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อความในนโยบายฉบับนี้ได้ ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม และ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราวเพื่อให้ผู้ใช้งาน ได้ พิจารณารับทราบนโยบายนี้ และ/หรือให้ความยินยอมที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ ด้วยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใด และหากว่าผู้ใช้งานได้ดำเนินการเพื่อรับทราบและ/หรือให้ความยินยอมแล้ว ให้ถือว่านโยบาย ที่แก้ไขเพิ่มเติมและ/หรือแบบความยินยอมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายฉบับนี้ด้วย

15. การร้องเรียนและการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ใช้งานอาจร้องเรียนและรายงานปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การขอให้ผู้ ควบคุมข้อมูล แก้ไขปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันและ/หรือให้ถูกต้อง การคัดค้านการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือ ระงับการใช้ข้อมูล ได้ที่ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้


บริษัท ชมชอบกรุ๊ป จำกัด
ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105558180161 สำนักงานตั้งอยู่ที่ 98
อาคารสาทรสแควร์ ชั้นที่ 16 ยูนิต 1605-1606. ถนนสาทรเหนือ
แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500.
โดยในที่นี้อาจเรียกว่า “บริษัท” หรือ “ผู้ควบคุมข้อมูล”

16. การรับทราบนโยบาย

ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อันมีรายละเอียดข้างต้น และเข้าใจโดยตลอดแล้ว จึงแสดงเจตนารับทราบไว้เป็นสำคัญ